BangkokWashington D.C.FrankfurtWellington          Tokyo
November 2017
Mo Tu We Th Fr Sa Su
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3

แนะนำมหาวิทยาลัยโดยย่อ

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถาบันการศึกษาแบบ “ตลาดวิชา” มีปรัชญาการดำเนินงานเน้นการเปิดโอกาสและให้ความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ปวงชนชาวไทย (ชื่อของมหาวิทยาลัยตั้งขึ้นตามพระนามของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ไทยที่ได้ทรงริเริ่มคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยได้มีอักษรไทยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาติไทยใช้กันต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้)

            การก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงขึ้นนั้น เพื่อแก้ไขปัญหานักศึกษาไม่มีที่เรียน เนื่องจากขณะนั้นมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีจำนวนไม่กี่แห่งและแต่ละแห่งก็จำกัดจำนวนรับ รามคำแหงจึงก่อตั้งขึ้นโดยให้เป็นสถาบันการศึกษาแบบ “ตลาดวิชา” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้มีที่เรียน ได้เลือกเรียนสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งที่ผ่านมานับว่าเป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยก็ได้ทำหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

            วันสำคัญที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงรำลึกอยู่ในความทรงจำตลอดมา คือ วันที่ ๒๖ เดือนพฤศจิกายน ปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ เป็นวันมหามงคลยิ่งของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) พร้อมทั้งพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ในวโรกาสมหามงคลยิ่งนี้ มหาวิทยาลัยจึงถือเอาวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง นับแต่บัดนั้นมา)

            ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย ครบรอบ ๔๖ ปี นับแต่เริ่มก่อตั้งมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๔

            ชาวรามคำแหงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันทุกคน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่สุดมิได้ตลอดมา...และจะสถิตอยู่ในดวงใจของชาวรามคำแหงทุกคน...ตลอดไป

            ในวันที่ ๑๕ เดือนมกราคม ปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพันธุ์ไม้ชื่อ “สุพรรณิการ์” (ฝ้ายคำ) ให้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระกรุณาพระราชทานพันธุ์ไม้ชื่อ “สุพรรณิการ์” เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง

            พันธุ์ไม้นี้มีดอกสีเหลืองทองเช่นเดียวกับสีประจำของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่สามารถขึ้นได้ดีในดินทุกภูมิภาคของประเทศไทย เปรียบเสมือนนักศึกษาและบัณฑิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหงซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคในประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ความอดทน สู้แดด และทนแล้งของต้นสุพรรณิการ์ จึงเปรียบเสมือนบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่อดทนสู้งานอยู่ในทุกถิ่นที่และทุกสภาวการณ์อันเป็นที่ประจักษ์

            มหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติภารกิจหลักทั้ง ๔ ประการของสถาบันอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้แก่ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงยังได้เพิ่มภารกิจที่ ๕ คือ มุ่งผลิตบัณฑิตที่มี “ความรู้คู่คุณธรรม”

            มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาโดยมีจุดยืนและภารกิจทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ยึดหลักการบริการวิชาการที่สอดคล้องกับสังคม มีคุณภาพมาตรฐานสูง และมีความเป็นสากล ผลิตบัณฑิตสอดคล้องกับยุคโลกาภิวัตน์

            เอกลักษณ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ มหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา

            อัตลักษณ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ ผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม

            มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสและให้ความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างกว้างไกลอย่างทั่วถึงทั้งในประเทศและต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นหนึ่งมหาวิทยาลัยสองระบบ คือ จัดระบบการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัย และระบบการสอนทางไกล โดยใช้สื่อต่าง ๆ ที่ทันสมัย จัดการเรียนการสอนครบทุกระดับ ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรโครงการพิเศษต่าง ๆ หลักสูตรทุกระดับของมหาวิทยาลัยมีการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน มีการจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาซึ่งสามารถตรวจสอบได้

            นการมุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม มหาวิทยาลัยได้กำหนดนโยบายจัดการเรียนการสอนวิชา “ความรู้คู่คุณธรรม” สำหรับนักศึกษารามคำแหงขึ้นทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยวิชาความรู้คู่คุณธรรมเป็นวิชาบังคับในหลักสูตร ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านคุณธรรม ช่วยปลูกฝังรากฐานอันดีงามของจิตใจ และปลูกฝังจิตสำนึกให้นักศึกษานำไปประพฤติปฏิบัติ สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม เป็นผู้ซึ่งรู้จักยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรมนำชีวิต ช่วยเสริมคุณค่าให้นักศึกษาและบัณฑิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของชาติต่อไป

            ปัจจุบันจำนวนหลักสูตรที่เปิดสอนรวม ๑๑๖ หลักสูตร/สาขาวิชา/วิชาเอก จำแนกดังนี้
            ระดับปริญญาตรี                        ๖๘      หลักสูตร/สาขาวิชา/วิชาเอก
            ประกาศนียบัตรบัณฑิต                 ๑      หลักสูตร/สาขาวิชา/วิชาเอก
            ระดับปริญญาโท                        ๓๔      หลักสูตร/สาขาวิชา/วิชาเอก
            ระดับปริญญาเอก                       ๑๓      หลักสูตร/สาขาวิชา/วิชาเอก
            การเลือกเรียนรายวิชา มีทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท

            ในการขยายโอกาสทางการศึกษาสู่ภูมิภาค ได้มีการจัดตั้งสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติส่วนภูมิภาค โดยเริ่มขึ้นในปี ๒๕๓๘ ปัจจุบันได้จัดตั้งขึ้นแล้วใน ๒๓ จังหวัดทั่วประเทศ ทุกแห่งก่อตั้งโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชน

            นอกจากนี้ ยังได้ขยายการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรโครงการพิเศษต่าง ๆ ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมทั้งความต้องการของท้องถิ่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงยังจัดให้มีศูนย์สอบส่วนภูมิภาคสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีอีก ๓๙ จังหวัด

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงจัดการศึกษาแบบไร้พรมแดน ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดก็สามารถเรียนกับรามคำแหงได้ ได้จัดการเรียนการสอนสำหรับชาวไทยในต่างประเทศใน ๓๒ ประเทศ และจัดศูนย์สอบ ๔๑ แห่งในประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ทั้งนี้ การดำเนินการจัดสอบในต่างประเทศได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์สถานที่สอบและดำเนินการจัดสอบให้

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีหน่วยงานในระดับคณะ/สำนัก/สถาบัน/ศูนย์ ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการจัดการศึกษาและให้บริการด้านบริหารและวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน ประกอบด้วยคณะต่าง ๆ ๑๒ คณะ และบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยยังได้จัดตั้งคณะใหม่เพิ่มขึ้นอีกที่จังหวัดสุโขทัย จำนวน ๒ คณะ ได้แก่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ และคณะธุรกิจการบริการ

            นอกจากนี้ ยังมีสำนัก/สถาบัน/ศูนย์ต่าง ๆ ซึ่งสนับสนุนการเรียนการสอนและการบริหาร จำนวน ๑๕ หน่วยงาน มีสำนักงานสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติต่างประเทศ และสำนักงานของสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติส่วนภูมิภาค ๒๓ หน่วยงาน ซึ่งสังกัดสำนักงานอธิการบดี

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยความคิดริเริ่มของผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีได้มีนโยบายการปรับระบบการวัดและประเมินผลของนักศึกษาจากเดิม ระบบ G P F เป็นระบบใหม่ A B C D มหาวิทยาลัยได้เริ่มใช้ระบบเกรด A B C D ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ ๑/๒๕๕๕ เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปสู่มาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้สะดวกต่อการนำไปเทียบโอนหรือศึกษาต่อ ทั้งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเองและนักศึกษาต่างสถาบันหรือนักศึกษาต่างประเทศที่มาเรียนที่รามคำแหง

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ให้ความสำคัญของการวิจัยควบคู่ไปกับการจัดการศึกษา ได้ส่งเสริมการวิจัยทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เร่งพัฒนาการวิจัยของมหาวิทยาลัยทุกรูปแบบ และมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการวิจัยทุกสาขาและทุกระดับ นอกจากงบประมาณการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานภายนอกแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้จัดสรรงบประมาณของมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย โดยมีเป้าหมายของงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ อันจะนำไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ดำเนินการส่งเสริมความร่วมมือทางการวิจัยกับสถาบันต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ มุ่งผลิตนักวิจัยระดับสูงเพิ่มขึ้น ได้จัดตั้งศูนย์และหน่วยวิจัยของมหาวิทยาลัยขึ้นทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จัดทำวารสารวิจัยขึ้นทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีระดับและมาตรฐานสากล รวมทั้งส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้และผลงานวิจัยไปสู่นานาชาติ

            ภารกิจหลักที่สำคัญอีกประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย คือ การบริการวิชาการแก่สังคม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติภารกิจนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ปีที่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยจวบจนปัจจุบัน มุ่งบริการทางวิชาการแก่สังคมอย่างหลากหลายและกว้างไกลทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ และพัฒนารูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ตระหนักในความสำคัญของการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมมาโดยตลอด ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่สำคัญอีกประการหนึ่ง โดยยึดหลักว่า “ช่วยกันรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ...เท่ากับช่วยรักษาชาติไว้” ได้เร่งปลูกฝังจิตสำนึกให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้รู้จักคุณค่า ทำนุบำรุง อนุรักษ์ และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และมรดกที่ล้ำค่าของชาติ รวมทั้งการปลูกฝังค่านิยมไทย มหาวิทยาลัยได้ส่งเสริมและสนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลตลอดปีการศึกษา ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ ด้วยเชื่อมั่นว่าวัฒนธรรมอันดีงามจะช่วยปลูกฝังรากฐานอันดีงามของจิตใจ ช่วยเสริมคุณค่าให้บัณฑิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของชาติต่อไป

            การจัดการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ สถาบันการศึกษาจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ ความร่วมมือด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างหลากหลายระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาตนเองสู่ความเป็นสากลและสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้

            ในการมุ่งสู่ความเป็นสากล มหาวิทยาลัยได้ปรับบทบาททุกด้านมุ่งสู่ความเป็นสากล และให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ได้กำหนดกลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็นสากล และเตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมอาเซียน ได้ขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยรามคำแหงกับสถาบันและองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั่วโลก มุ่งแข่งขันทางการศึกษากับนานาชาติ ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรมและมีคุณภาพระดับสากล และมีเป้าหมายในการพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหงให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศและต่างประเทศ มีการลงนามความเข้าใจในข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย ฯลฯ ความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย/สถาบัน/องค์กรต่างประเทศที่มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) จำนวน ๔๗ แห่ง ใน ๑๕ ประเทศ ความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย/สถาบัน/องค์กรในประเทศที่มีการลงนามความร่วมมือ จำนวน ๒๗ ฉบับ

            สถาบันการศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทำการเปิดสอนหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษทุกระดับการศึกษา เปิดสอนหลักสูตรภาคภาษาจีนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ทุกกระบวนวิชาของทุกหลักสูตรดำเนินการสอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ทางด้านการสอนสูงที่เชิญมาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงชั้นนำทั่วโลก บรรยากาศการเรียนการสอนจึงเปรียบเสมือนยกห้องเรียนจากต่างประเทศมาไว้ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันมีนักศึกษาชาวไทยและชาวต่างประเทศจากเกือบ ๔๐ ประเทศทั่วโลกเรียนที่สถาบันการศึกษานานาชาติ จำนวน พันกว่าคน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักศึกษาต่างประเทศประมาณ ๕๐% นอกจากนักศึกษาที่มาเรียนหลักสูตรต่าง ๆ แล้ว ยังมีนักศึกษาแลกเปลี่ยนระยะสั้นจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมาเรียนรายวิชาอีกเป็นจำนวนมาก ในแต่ละปี มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่มาจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมาเรียนรายกระบวนวิชาระดับปริญญาตรีจำนวนร้อยกว่าคน

            ในแต่ละปี มีผู้สนใจทั้งนักวิชาการชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลกติดต่อมาดูงาน เยี่ยมชม การดำเนินงานและการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเจรจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อความร่วมมือทางวิชาการ/การวิจัยระหว่างสถาบัน การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ ตลอดปีการศึกษา ผู้ที่มาเยือนมหาวิทยาลัยมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับผู้บริหารองค์กรในประเทศและต่างประเทศ เอกอัครราชทูต อธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่

            ในการพัฒนาบุคลากรนั้น มหาวิทยาลัยได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยตลอดมา โดยสนับสนุนให้ศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ จัดฝึกอบรมความรู้ด้านต่าง ๆ แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกระดับอย่างต่อเนื่องตลอดมา เช่น ภาษาต่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการบริหาร สนับสนุนให้เข้าร่วมประชุมวิชาการ การเผยแพร่ผลงานวิชาการ/วิจัย การดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อจะได้รู้เท่าก้าวทันกับการพัฒนาทางด้านวิชาการ/วิจัย/การจัดการศึกษาของสถาบันอื่นทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมเสริม เช่น การจัดประชุมสัมมนาระดับชาติและระดับนานาชาติที่มหาวิทยาลัยทุกปี การจัดนิทรรศการการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ สำหรับงบประมาณในการสนับสนุน เป็นงบประมาณของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเอง และแสวงหาทุนจากภายนอกมาเสริม เช่น จากหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

            การส่งเสริมให้ประชากรของมหาวิทยาลัยมีสุขภาพที่ดีและมีความเป็นเลิศทางด้านกีฬาถือเป็นนโยบายหลักประการหนึ่ง มหาวิทยาลัยได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม ทางด้านการกีฬา พัฒนาการกีฬา ปรับปรุงสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยให้ทันสมัยและมาตรฐานสากล จัดสรรงบประมาณของมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการกีฬา ปัจจุบัน การกีฬาของมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้า สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย และมีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงทางด้านการกีฬาให้แก่ประเทศชาติอีกด้วย

            สำหรับนักศึกษานั้น มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ให้ความสำคัญของกิจกรรมนักศึกษาควบคู่กับของการศึกษาเล่าเรียน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ให้นักศึกษา โดยส่งเสริมให้นักศึกษาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อเกิดประโยชน์แก่นักศึกษาและสังคมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตลอดปีการศึกษา ให้นักศึกษาสามารถบริหารงาน ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษา โดยจัดให้มีสภานักศึกษาและองค์การนักศึกษาบริหารงานกิจกรรมนักศึกษาด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการกิจกรรมของนักศึกษาทุก ๆ ปีมาโดยตลอด และจัดให้มีคณาจารย์ดูแลและให้คำปรึกษาการจัดกิจกรรมอย่างใกล้ชิด

            นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้บริการด้านสวัสดิการต่าง ๆ สำหรับนักศึกษาควบคู่กับบริการด้านวิชาการ จัดสวัสดิการหลากหลายสำหรับบุคลากรเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร ได้จัดให้มีหน่วยงานแพทย์และอนามัย สนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกาย ระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบอินเทอร์เน็ต ธนาคารต่าง ๆ และตู้กดเงินอัตโนมัติ (ATM) หลากหลายตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย ไปรษณีย์ หน่วยรักษาความปลอดภัย ศูนย์หนังสือ ศูนย์อาหาร ห้องอ่านหนังสือสำหรับนักศึกษาที่มีเครื่องปรับอากาศ สร้างซุ้มที่นั่งพักนักศึกษาขึ้นใหม่แทนซุ้มเก่าที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ติดตั้งสัญญาณ wifi ให้มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง ฯลฯ นักศึกษาและบุคลากรสามารถใช้สวัสดิการอย่างสะดวกสบาย

            โครงการที่โดดเด่นที่สุดโครงการหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นเพื่อนักศึกษา คือ “โครงการหอพักติดดาว” มหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่มีหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัย แต่ก็ใส่ใจและห่วงใยนักศึกษาจากต่างจังหวัดที่จะต้องอาศัยพักอยู่ตามหอพักใกล้มหาวิทยาลัย ดังนั้น เพื่อการพักอยู่อย่างมีความสุข สะอาด และความปลอดภัยขณะที่เรียน รวมทั้งลดความกังวลของผู้ปกครองนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกก็ว่าได้ ที่ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเขตบางกะปิ สำนักงานเขตประเวศ สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก และสถานีตำรวจนครบาลอุดมสุข เพื่อพัฒนาคุณภาพหอพักบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย ที่หัวหมากและที่วิทยาเขตบางนา ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีการดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่พักอาศัยเหมือนลูกหลาน

            โดยมหาวิทยาลัยได้เชิญชวนผู้ประกอบการหอพักบริเวณมหาวิทยาลัย เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดใน ๕ ด้าน ได้แก่ การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หอพัก สุขอนามัย การให้บริการของหอพัก ความปลอดภัย และการจัดการของหอพัก ซึ่งหอพักที่ผ่านการรับรองจะได้รับการ “ติดดาว” จากมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ๓ ดาว (ดี) ระดับ ๔ ดาว (ดีมาก) และระดับ ๕ ดาว (ดีเยี่ยม) สำหรับโครงการ “หอพักติดดาว” ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ – ปัจจุบัน มีหอพักได้รับการ “ติดดาว” จำนวนร้อยกว่าแห่ง

            จากการที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ดำเนินการโครงการฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทำให้หอพักบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยได้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทั้งในด้านสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย การดูแลผู้พักอาศัย การป้องกันปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ทำให้นักศึกษาได้พักอาศัยในหอพักที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองได้อย่างมีความสุข อีกทั้ง ผู้ปกครองยังมีความมั่นใจว่า ลูกหลานได้พักอาศัยในหอพักที่อบอุ่นและปลอดภัย

            นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้ปรับระบบบริการให้เป็นแบบ Super Service มุ่งบริการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ให้การบริการดีที่สุด ประทับใจที่สุด โดยเน้นว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นสถาบันการศึกษา ไม่ได้ขายสินค้า แต่ให้บริการการสอน/วิจัยและค้นคว้า บริการวิชาการแก่สังคม ฯลฯ ฉะนั้น การให้บริการต้องมีคุณภาพและทำให้ผู้รับบริการประทับใจอย่างที่สุด และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการทุก ๆ ด้าน ตัวอย่างเช่น การรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย ได้นำระบบ One Stop Service มาใช้ในการรับสมัคร ซึ่งได้จัดระบบที่สะดวกและรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

            แนวทางการดำเนินงานต่อไป มหาวิทยาลัยมีนโยบายเน้นมิติทางวิชาการ โดยเฉพาะคุณภาพทางวิชาการและส่งเสริมการวิจัย นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่จะมารองรับการจัดการเรียนการสอนก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน จัดให้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการจัดการศึกษาแบบสมัยใหม่ อำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน เช่น e-Book และ e-Testing จะต้องเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เทคโนโลยีมารองรับการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

            มหาวิทยาลัยส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานและการบริการทางอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสมและสามารถบริการนักศึกษาจำนวนมากได้ โดยมีเว็บไซต์ ดังนี้
            • www.ru.ac.th เป็นเว็บไซต์หลักที่มีรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
            • www.ram.edu เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับ e-Learning ของมหาวิทยาลัย

            มหาวิทยาลัยยังได้ตระหนักในเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ได้มี “ประชาคมอาเซียน” เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศเป็นประชาคมเดียวกัน การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนนี้ จะมีข้อดีในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ ๆในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงเองมีส่วนในบทบาทของอุดมศึกษาไทยในประชาคมอาเซียน จึงได้เร่งปรับตัว สร้างวิสัยทัศน์ และเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เทียบเท่ากับนานาประเทศ เน้นการสร้างคน สร้างนักศึกษาและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพระดับสากล

            นอกจากนี้ ยังได้กระตุ้นให้บุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงตระหนักในการที่ประเทศไทยจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน และเตรียมความพร้อม ด้านภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่จะต้องใช้สื่อสารในการทำงาน รวมทั้งต้องเรียนรู้ภาษาของกลุ่มประเทศอาเซียน จึงจัดฝึกอบรมหลักสูตรภาษาต่าง ๆ แก่บุคลากรและนักศึกษา ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนผ่านสื่อต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย กระตุ้นให้สนใจศึกษาและติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ให้รู้จักเรียนรู้และเข้าใจประเทศสมาชิกอาเซียนทุกด้านให้มาก ต้องรู้เขารู้เรา และให้เตรียมตัว เตรียมการ และเตรียมปรับบทบาทตั้งแต่บัดนี้

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าได้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการและการพัฒนามหาวิทยาลัย จัดการศึกษาก้าวไกลไร้พรมแดน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พัฒนาก้าวไกล เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบในการให้โอกาสทางการศึกษาและให้ความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ปวงชนชาวไทยอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่ที่ส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ

            ปัจจุบัน ถนนทุกสายได้มุ่งสู่รามฯ ซึ่งจะเห็นได้จากที่ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาและผู้สนใจจากทั่วประเทศรวมทั้งนักศึกษาต่างประเทศจากทั่วโลกหลั่งไหลกันเข้ามาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นจำนวนมากในทุกระดับการศึกษา ทั้งนี้ ด้วยความมั่นใจในความมีชื่อเสียงและมาตรฐานทางด้านวิชาการของมหาวิทยาลัย นับเป็นความภาคภูมิใจยิ่งสำหรับชาวรามคำแหงทุกคน

            มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ มีจำนวนนักศึกษาหลายแสนคน และจากวันที่เริ่มก่อตั้งจวบจนปัจจุบันได้ผลิตบัณฑิตแล้วเก้าแสนกว่าคน ซึ่งบัณฑิตเหล่านี้ออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติทั้งภาครัฐ เอกชนทั่วประเทศและทั่วโลก นับว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีบทบาทในการช่วยพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรบุคคลของชาติเป็นอย่างมาก

            บัณฑิตศิษย์เก่ารามฯ ได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และได้พิสูจน์ให้สังคมยอมรับและประจักษ์ในคุณภาพว่ามีความรู้ ความสามารถ ความวิริยะอุตสาหะ และมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพที่ได้ศึกษา ตลอดจนมีจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบันที่ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย สมกับความต้องการของมหาวิทยาลัยที่มุ่งผลิต “บัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม” และมุ่งมั่นเพียรสอนศิษย์ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณค่า ให้ทุกคนมีความเข้มแข็งในวิชา ให้มีความก้าวหน้าเปี่ยมด้วยคุณธรรม นับเป็นความภูมิใจของมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสทางการศึกษากับชาวไทยผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ดังคำขวัญของมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ว่า “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง”

            กล่าวได้ว่า ๔๖ ปี นับตั้งแต่ปีที่เริ่มก่อตั้งจวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ได้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการและการพัฒนามหาวิทยาลัย ช่วยสร้างอนาคตลูกหลานไทยให้สู่ความสำเร็จในการศึกษา นับว่าเป็นความสำเร็จที่สัมผัสได้...อย่างแท้จริง อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยรามคำแหงจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนามหาวิทยาลัย พัฒนาการศึกษาของชาติ และรับใช้บ้านเมืองต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก

            การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ขยายโอกาสทางการอุดมศึกษาแก่ลูกหลานชาวไทยทั่วแผ่นดินไทยและกว้างไกลไปทั่วโลก โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะก่อเกิดแก่ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ ยึดหลักที่ว่า “การศึกษาสร้างคน…และคนสร้างชาติ” ทั้งนี้ เพื่อชาติไทยที่รักยิ่งของพวกเราทุกคนจะได้เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าก้าวไกลยิ่ง ๆ ขึ้นอย่างยั่งยืน…วัฒนา…สถาพร…สันติสุขสืบไป

 ********************************************** 

รศ. รำไพ สิริมนกุล  รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์

แหล่งข้อมูล: หน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

มิถุนายน ๒๕๖๐

“เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง”